>>“แนนๆ ใกล้วาเลนไทน์แล้วนะ....” จอย เพื่อนร่วมงานของแนนหันมาคุย

>>ขณะแนนกำลังง่วนอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่โต๊ะตัวเอง

>>

>>“อืม...วาเลนไทน์อีกแล้วสินะ” แนนเงยหน้าขึ้นสบตาจอยพลางยิ้มพูดเบาๆ

>>

>>วาเลนไทน์...14 กุมภาพันธ์ วันที่กุหลาบทั่วโลกบานพร้อมกัน

>>วันที่ความรักงอกงามได้เร็วกว่าทุกวัน และเป็นวันที่กามเทพแผงศร

>>ให้หลายๆคู่ได้สมหวัง แต่คงไม่ใช่แนน...เธอคนนี้แน่นอน

>>

>>

>>

>>ท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย

>>ความแออัดและตึกสูงในเมืองหลวง...มีหมู่บ้านจัดสรรเล็กๆกำลังก่อตัวขึ้น

>>ก่อตัวขึ้นพร้อมกับความรัก ความรักของเขาและเธอ

>>

>>“เธอๆ มาเล่นก่อกองทรายด้วยกันมั้ย”

>>เด็กผู้ชายตัวเล็กๆหน้าตามอมแมมกำลังนั่งเล่นบนกองทรายสูงท่วมหัว

>>

>>“เธอชื่ออะไร เราชื่อเอ” เด็กผู้ชายแนะนำตัวเองก่อน

พลางกระโดดลงมาจากกองทราย

>>

>>“ฉันชื่อแนน” เด็กผู้หญิงแนะนำตัวเองบ้างพลางค่อยๆนั่งลง

>>ทั้งคู่ค่อยๆก่อกองทราย เด็กผู้หญิงวิ่งไปเอาน้ำมารดให้ทรายเปียกชุ่ม

>>เด็กผู้ชายค่อยๆเอาเศษไม้เกลี่ยให้ดินทรายที่เปียกค่อยๆก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง

>>จนได้เค้าโครงของปราสาททรายที่ต้องการ

>>

>>“เอ เดี๋ยวแนนประดับปราสาททรายเองนะ”

>>เด็กผู้หญิงวิ่งมาพร้อมกับก้อนหินสีสวยในกำมือ

>>วางลงข้างๆปราสาททรายที่กำลังจะอวดโฉมออกมาเป็นรูปเป็นร่าง

>>

>>“แนนๆ ตรงนี้เป็นห้องของแนนนะ ห้องของเจ้าหญิงงัย

>>ส่วนตรงนี้เป็นห้องของเอ......อันนี้เป็นห้องประชุมนะ”

>>เอพูดพลางชี้ไปเรื่อยๆบนปราสาททราย.....กองทรายแห่งความฝัน

>>

>>“เอๆ ต้องทำสวนดอกไม้ตรงนี้ด้วย เจ้าหญิงต้องมีสวนดอกไม้นะ”

>>แนนพูดแย้งขึ้นพลางชี้ไปตรงด้านหน้าปราสาททราย

>>

>>“แนนอยากได้สวนอะไร....อยากได้ดอกไม้อะไร” เอพูด

>>เงยหน้าขึ้นมองหน้าแนนอย่างใจจดใจจ่อ

>>

>>“เอาดอกอะไรดี...เอ ช่วยแนนคิดหน่อยสิ” แนนมองหน้าเอด้วยแววตาใสซื่อ

>>เด็กตัวเล็กๆสองคนกำลังสวมบทเจ้าหญิงและเจ้าชายกันอยู่

>>

>>“อืม...เจ้าหญิงต้องเหมาะกับดอกกุหลาบนะ” เอพูดพลางทำท่าคิด

>>

>>“ตกลงๆ สวนดอกกุหลาบนะ เราจะทำสวนดอกกุหลาบที่ลานหน้าปราสาทของเรา”

>>แนนพูดพลางยิ้ม

>>ค่อยๆเกลี่ยทรายให้เรียบเพื่อทำเป็นลาน....ทั้งคู่สร้างปราสาททรายแห่งความฝันของพวกเขาอยู่นาน....นานจนกระทั่ง

>>

>>“เอ ไปได้แล้ว พ่อเสร็จงานแล้วลูก”

>>เจ้าของโครงการบ้านจัดสรรเดินมาสะกิดลูกชายตัวเองเบาๆ

>>

>>“พ่อๆ ให้เอเล่นกันแนนอีกแป๊บนะ” ลูกชายออดอ้อนพ่อของตัวเอง

>>

>>“หน่า ไปได้แล้ว เดี๋ยววันหลังมาเล่นใหม่ก็ได้นี่” พ่อของเขานั่งยองลง

>>อธิบายให้ลูกชายฟังพลางลูบหัวเบาๆ

>>

>>“ตกลงครับ เดี๋ยวให้เอบอกแนนก่อนนะ”

>>เด็กผู้ชายตัวมอมแมมพูดพลางวิ่งกลับหลังไปหาเพื่อนของเขา

>>

>>“แนน เดี๋ยวพรุ่งนี้เอมาหานะ พรุ่งนี้เอจะเอาดอกกุหลาบมา

>>มาทำสวนกุหลาบให้แนนนะ” เอพูดพลางชี้นิ้วลงตรงลานหน้าปราสาททราย

>>

>>“ตกลงๆ พรุ่งนี้เจอกันนะ” แนนยิ้มพูดพลางพยักหน้า

>>เด็กสองคนเล่นกันช่างดูน่ารักเสียนี่กระไร

>>

>>ทุกวัน เอและแนนจะมานั่งก่อปราสาททรายด้วยกัน

>>ก่อสร้างความหวังบนมิตรภาพและความรัก

>>ระหว่างลูกชายเจ้าของโครงการบ้านจัดสรรและลูกสาวนายช่างใหญ่

>>

>>

>>

>>“แนนๆ เมื่อวานแม่เราสอนให้เราเขียนหนังสือด้วยแหละ”

>>เด็กผู้ชายเสื้อผ้ามอมแมมคลุกฝุ่นและทรายเปียกเงยหน้าขึ้นมองเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่วิ่งเข้ามา

>>

>>“ไหนๆ แม่ของเอสอนเขียนคำว่าอะไร” แนนถามด้วยสีหน้าตื่นเต้น

>>

>>“แม่เอสอนเขียนหลายคำ แต่เอจำได้คำเดียว” เอพูดพลางทำเสียงเศร้าๆ

>>เอคงอยากจำทุกคำมาเขียนให้แนนดู

>>

>>“เอจำคำไหนได้ เขียนให้แนนดูหน่อยสิ” แนนพูด เอค่อยๆก้มลงข้างๆกองทราย

>>หยิบเศษไม้เล็กๆปักลงบนผืนทรายที่เพิ่งผ่านฝนเมื่อคืนแล้วตวัดเป็นจังหวะเพียงชั่วครู่

>>ปรากฎเป็นตัวอักขระลายเส้นบิดพลิ้ว คำว่า รัก

>>ปรากฎบนผืนทรายราบเรียบที่เกาะตัวเหนียวด้วยหยดน้ำ

>>เด็กตัวเล็กๆสองคนยืนมองด้วยความตื่นเต้น

>>

>>“อ่านว่าอะไร เอ” แนนพูดด้วยสีหน้าตื่นเต้นและแปลกใจ

>>

>>“อ่านว่า รัก” เอพูดกระซิบข้างหูแนนเบาๆ

>>

>>“เหรอ อ่านว่ารักเหรอ....สอนแนนเขียนหน่อยสิ นะๆๆๆ”

>>แนนพูดพลางเกาะแขนออดอ้อนเอ

>>

>>“มานี่ๆ เอจะสอน” เอพูดพลางหยิบเศษไม้เล็กๆให้แนนจับไว้

>>มือเอและมือแนนจับประสานกัน ตวัดบนกองทรายให้เกิดเป็นอักขระบิดพริ้ว

>>

>>“นี่ไง แนนเขียนได้แล้ว ดีใจจังเลย”

>>แนนพูดพลางหันหลังกลับไปกอดเอด้วยความดีใจ

>>

>>“มันแปลว่าอะไรเหรอ เอ” แนนยังคงสงสัยไม่หายในความหมายของมัน

>>

>>“เอก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่แม่บอกว่ามันมีความหมายมากนะ

มากจนอธิบายไม่ได้”

>>ใช่สิ...ความหมายมันคงมากมายเกินกว่าเด็กห้าขวบจะรู้

>>หรือแม้แต่คนบางคนใช้เวลาทั้งชีวิต ก็ไม่อาจรู้ว่าคำว่ารักคืออะไร....

>>

>>“สักวัน เราจะรู้ความหมายมัน แม่เอบอก” เอพูดพลางหันไปมองแนน

>>เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่ยืนข้างๆตน

>>

>>“อืม สักวันนะ” แนนพูดพลางหันมายิ้มให้กับเอ ใช่

>>สักวันแนนและเอคงรู้ความหมายของมัน......

>>

>>

>>

>>“โอ๊ย...เจ็บ”

>>เด็กผู้หญิงผมเปียพูดขึ้นพลางจับผมเปียของตัวเองด้วยสีหน้าเซ็งๆ

>>เธอโดนเพื่อนแกล้งดึงเปียผมของเธอประจำ

>>

>>“ใครดึงผมเปียแนน”

>>เด็กผู้ชายนั่งข้างๆเธอหันขวับกลับไปมองแทบจะพร้อมกันกับเจ้าของผมเปีย

>>เห็นเด็กผู้ชายวัยเดียวกันสามคนนั่งอยู่ข้างหลังหัวเราะกันคิกคักพลางชี้นิ้วมาที่แนน

>>

>>“ทำไมๆ ข้าดึงเอง จะทำไม” หนึ่งในเด็กสามคนพูดพลางชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง

>>

>>“แกล้งผู้หญิง หน้าตัวเมีย” เอยืนขึ้นชี้หน้าด่า

>>

>>“แล้วจะทำไม” เด็กทั้งสามกรูกันมายืนหน้าเอ

>>ถีบโต๊ะเรียนกระจัดกระจายคนละทิศคนละทาง

>>

>>“ไม่เอาเอ อย่าไปยุ่งกับพวกนั้น” แนนพูดพลางเกาะแขนเอไว้แน่น

>>เอเอามือจับแขนแนนออกจากตัวทันที...

>>

>>ปั้ง...หนึ่งหมัดปล่อยออกไป คล้ายเป็นการประกาศสงครามของคนสองกลุ่ม

>>ทั้งสามคนกรูเข้ามารุมเอคล้ายหมาป่ากำลังรุมขยุ้มเหยื่อ

>>โต๊ะเรียนที่กระจัดกระจาย

>>ข้าวของทั้งของเอและแนนตกกระจายเกลื่อนกลาดคนละทิศคนละทาง

>>

>>“หยุด!!”

>>เสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลัง...มีอำนาจมากพอจะทำให้ทั้งสี่คนหยุดการตะลุมบอนกัน

>>

>>“พวกเธอทำอะไรกัน อันธพาลกันใหญ่แล้วนะ”

>>ครูประจำชั้นเข้ามาห้ามทัพหมาป่าขยุ้มเหยื่อ แม้จะห้ามทัพได้

>>แต่ก็ได้ปรากฎเลือดไหลซิบๆที่คิ้วและโหนกแก้มของเอ

>>

>>“เอ เจ็บมั้ย” แนนวิ่งเข้ามาทันทีที่ครูประจำชั้นเดินออกไป

>>

>>“ไม่เจ็บหรอก” เอพูดพลางก้มหน้าหลบสายตาแนน

>>

>>“ไม่เจ็บอะไร เลือดไหลใหญ่แล้ว ไปห้องพยาบาลนะ แนนจะทำแผลให้”

>>แนนพูดพลางดึงตัวเอออกจากห้องเรียนไป

>>เลือดไหลเป็นทางลงมาจากคิ้วและโหนกแก้มเปรอะเปื้อนเสื้อนักเรียนสีขาวของเอ

>>

>>“โอ๊ย...เจ็บ อย่าจับสิ”

>>เอพูดโพล่งขึ้นขณะที่แนนกำลังกดดูความลึกของบาดแผล...แต่แนนกลับยิ้มออก

>>

>>“โอ๊ย แสบ”

>>เอโอดครวญด้วยความเจ็บปวดทันทีเมื่อแนนค่อยๆกดสำลีชุบแอลกอฮอลงบนแผลของเอ

>>

>>“แสบก็ทนสิ อยากหาเรื่องเค้านี่นา” แนนพูดพลางยิ้ม

>>ค่อยๆเช็ดแผลบนใบหน้าของเอช้าๆอย่างระมัดระวัง

>>

>>ทุกครั้งที่มีคนแกล้งแนน เอจะยืดอกปกป้องแนนเสมอ

>>แม้จะต้องเจ็บตัวหรือตกอยู่ในภาวะเป็นรองก็ตามที....

>>

>>

>>

>>“แนนๆ แฮปวาเลนไทน์นะ”

>>ชายหนุ่มวัยรุ่นแต่งตัวภูมิฐานพูดห้วนๆพลางยืนกุหลาบแดงให้กับมือหญิงสาว

>>

>>“อีตาบ๊อง อย่ามาทำหวานใส่ฉันหน่า” แนนพูดกวนๆพลางยิ้ม

>>เอได้แต่ยืนม้วนด้วยความอาย

>>

>>“อ้าว ก็วันนี้วันวาเลนไทน์

ทำหวานให้เจ้าหญิงของตัวเองสักหน่อยจะเป็นอะไรไป”

>>เอพูดพลางยิ้ม ทำไมหนุ่มวัยรุ่นเวลาอายนี่ดูตลกดีแท้

>>ทั้งมือทั้งแขนแทบจะไม่มีที่เก็บ

สงสัยถ้าแทรกแผ่นดินหนีได้คงหนีหายไปแล้ว

>>

>>“หวานกับเค้าก็เป็นเหรอ เดี๋ยวนี้พัฒนาขึ้นนะ”

>>แนนพูดพลางยื่นมือไปหยิกจมูกเอด้วยความเขิน

เอยังคงพยายามสำรวมอาการเขินอยู่

>>

>>“เอรักแนนนะ” เอพูดพลางจับมือแนนขึ้นมาเขียนรูปหัวใจไว้ที่ฝ่ามือ

>>ตอนนี้แนนเริ่มหน้าแดงขึ้นบ้างแล้ว แต่ยังพยายามกลบเกลื่อนสีหน้าตัวเอง

>>

>>“เหรอ....เขียนคำว่ารักตรงนี้ ดูไม่ซึ้งเลย” แนนพยายามบ่ายเบี่ยง

>>ไม่เลิกแหย่เอ

>>

>>“เดี๋ยวสักวัน เอจะเขียนไว้ตรงหัวใจแนนเลยนะ” เอพูดประหม่า

>>มองหน้าแนนพลางเอื้อมมือดึงตัวแนนเข้ามาโอบกอดไว้แน่น....สักวัน

>>เอจะเขียนคำว่ารักไว้ในหัวใจแนนเลย.....

>>

>>

>>

>>ใต้ต้นไม้ใหญ่ บรรยากาศร่มรื่น มีโต๊ะหินอ่อนวางเรียงรายเป็นแนว

>>มีนักศึกษาจับกลุ่ม บ้างคุยกัน บ้างอ่านหนังสือ บ้างหยอกล้อกินขนมกัน...

>>

>>“เอ เย็นนี้แนนไปทำวิทยานิพนธ์กับเพื่อนนะ” แนนพูดพลางเก็บหนังสือ

>>

>>“ไปทำวิทยานิพนธ์กับใคร” เอเงยหน้าขึ้นมองแนนทันที

>>

>>“ไปกับกิ๊ฟกับฝนหนะ นะๆๆๆ” แนนพูดพลางเดินไปนั่งข้างๆเอ

>>เขย่าแขนเหมือนเด็กอ้อนวอนผู้ใหญ่

>>

>>“ให้เอไปส่งมั้ย เอว่างนะ” เอพูดพลางยิ้ม ลูบผมแนนเบาๆ

>>

>>“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวฝนเอารถมา” แนนพูดพลางซบหน้าลงบนบ่าของเอ

>>

>>“นี่ แล้วกินข้าวเสร็จแล้วอย่าลืมกินยาล่ะ เข้าใจมั้ย

>>กลับถึงบ้านก็อย่าลืมโทรมาบอกด้วย”

เอพูดพลางจ้องหน้าแนนด้วยสีหน้าจริงจัง

>>

>>“ค่ะ หัวหน้า สั่งจริงๆเลย” แนนพูดพลางยิ้ม

เอามือหยิกจมูกเอด้วยความเขิน

>>

>>

>>

>>“กิ๊ฟๆ แฟนแกเป็นงัยบ้าง” ฝนเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบภายในรถ

>>ขณะที่ตนอยู่หลังพวงมาลัย

>>

>>“ปวดหัวสุดๆ เจ้าชู้เป็นบ้าเลย”

>>กิ๊ฟพูดปัดๆคล้ายกับไม่ค่อยพอใจในแฟนตัวเองนัก

>>

>>“ทำไมไม่เลิกๆไปสิ จะได้ไม่กลุ้ม” ฝนเสนอความเห็น

>>มองหน้ากิ๊ฟผ่านกระจกมองหลัง

>>

>>“หน่า....ให้โอกาสสักครั้ง”

>>กิ๊ฟพูดพลางซบหน้าลงที่กระจกหันหน้ามองออกนอกรถด้วยอาการเอือมระอา

>>

>>“โอกาสสักครั้ง รอบที่ล้าน” เสียงหัวเราะดังขึ้นเกือบพร้อมกันทั้งรถ

>>

>>“แล้วแนนล่ะ แหม...เจ้าชายเธอเอาใจเธอดีนะ”

>>ฝนพูดขึ้นพลางหันไปมองแนนซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ

>>

>>“โอ๊ย รายนั้นไม่รู้กี่ปีแล้ว ยังจับไม่ได้สักทีว่ามีกิ๊กเก็บไว้ที่ไหน”

>>แนนพูดยิ้มพลางหันไปมองหน้าฝน

>>

>>“แปลได้สองอย่าง...ถ้าแฟนเธอไม่รักเธอคนเดียว

>>เค้าก็เก่งมากที่หลอกเธอมานานหลายปี”

เสียงหัวเราะดังขึ้นแทบจะพร้อมกันทั่วรถ

>>

>>“เอี๊ยยดดด.....” เสียงเบรกลากล้อดังยาวจากด้านข้างตัวรถ

>>คนทั้งรถหันไปมองแทบจะพร้อมกัน

>>รถบรรทุกฝ่าไฟแดงพุ่งเข้าชนรถเก๋งของฝนอย่างจัง

>>แรงอัดทำให้กระจกทุกบานแตกละเอียด

>>ห้องโดยสารด้านหน้าฝั่งคนนั่งยุบเข้ามาอย่างเห็นได้ชัด....ร่างไร้สติของแนนยังคงสงบนิ่งติดอยู่ในรถเก๋งขนาดสองตอน

>>มัจจุราชอาจฉุดวิญญาณเธอออกจากร่างได้ทุกเมื่อ

>>

>>

>>

>>“แนนๆ” เสียงกระซิบเบาๆดังข้างหู ทำให้แนนค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นมา

>>

>>“อยู่ไหน....โอ๊ย เจ็บ” แนนค่อยๆอ้าปากพูด แต่ไม่ชัดนัก

>>เฝือกขาวถูกแต่งแต้มถามร่างกายของแนนคล้ายกับเป็นเครื่องประดับ

>>

>>“ใจเย็นๆ แนน เธอสลบไปสองเดือน” .....สองเดือน สองเดือน

>>แนนแทบไม่เชื่อหูตัวเอง.

>>...ฝนค่อยๆอธิบายเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้แนนฟัง.....

>>

>>“แล้ว สรุปว่าฉันเจ็บคนเดียวใช่มั้ย” แนนพยายามพูด

>>เสียงพูดของแนนแทบจะไม่ได้ยิน

>>

>>“อืม...” ฝนพยักหน้าเบาๆ กำมือแนนไว้นิ่งๆ

>>

>>“เอ ล่ะ เออยู่ไหน” แนนเพิ่งนึกขึ้นได้ แฟนเธออยู่ไหน

>>

>>“เอมาหาเธอครั้งเดียว วันแรกที่ชน แล้วหายไปเลย” ฝนพูดพลางลูบหัวแนนเบาๆ

>>

>>“ไม่เป็นไรนะ ไม่มีเอ เราก็อยู่กันได้ จริงมั้ยเพื่อน”

ฝนพยายามพูดปลอบใจแนน

>>

>>“อืม...” น้ำตาค่อยๆกลั่นตัวหยดลงมาจากนัยน์ตาของแนน

>>คำพูดของฝนตอนคุยกันในรถคงจะเป็นความจริง....เขาเก่งมากจริงๆ

>>เก่งมากที่หลอกแนนมาหลายปี

>>เก่งมากที่หลอกว่ามีแนนคนเดียว.....ทำไมผู้ชายทั้งโลกถึงนิสัยเหมือนกันหมดเลย

>>เสียดายเวลาที่อยู่ด้วยกัน เสียดายความรักที่มอบให้.....เสียดาย เสียดาย

>>เสียดาย

>>

>>

>>

>>“คุณแนน ค่อยๆก้าวนะครับ ช้าๆ” บุรุษพยาบาลพยายามพยุงแนนขึ้นเดิน

>>แนนยังคงไม่หายเจ็บดี ยังคงต้องทำการกายภาพบำบัดอีก

>>

>>“ระวังล้มนะครับ จับผมไว้ดีๆ”

>>บุรุษพยาบาลเดินช้าๆเพื่อให้แนนเกาะแขนเดินตามช้าๆ.....ทำไมบุรุษพยาบาลถึงไม่ใช่เอนะ....ทำไม

>>ทำไม ทำไม

>>

>>“คุณบุรุษพยาบาลค่ะ นี่ฉันสลบไปนานถึงขั้นต้องกายภาพบำบัดกันเลยเหรอ”

>>แนนถามด้วยความสงสัย

>>

>>“โห คุณไม่ได้เดินสามเดือนนี่ มันนานนะครับ”

บุรุษพยาบาลตอบด้วยความสุภาพ

>>

>>“จะว่าอะไรมั้ยค่ะ ถ้าจะถามชื่อเล่น คือถ้าเรียกว่าคุณบุรุษพยาบาล

>>เกรงว่ามันจะยาวไป” แนนพูดพลางยิ้ม

>>

>>“ผมชื่อ กอล์ฟ ครับ” บุรุษพยาบาลตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม น้ำเสียงเรียบๆ

>>

>>นับจากวันนั้น แนนและกอล์ฟเริ่มสนิทกัน

>>ทุกเย็นกอล์ฟจะพาแนนออกไปทำกายภาพบำบัด

>>ไม่นานแนนก็สามารถเดินเองได้และออกจากโรงพยาบาลในที่สุด....

>>

>>

>>

>>“คุณแนนค่ะ น้ำดื่มค่ะ” พยาบาลชุดขาวเดินถือแก้วน้ำมาวางข้างๆเธอ

>>ขณะเธอนั่งรอกอล์ฟที่ล็อบบี้ของโรงพยาบาล

>>เธอได้แต่พยักหน้าและยิ้มให้ด้วยไมตรี

>>

>>“กอล์ฟๆ ไปกินข้าวกัน” แนนพูดทันทีที่เห็นกอล์ฟเดินออกมา

>>มีพยาบาลหลายคนยกมือไหว้แนน แนนก็ได้แต่รับไหว้ด้วยสีหน้างงเล็กน้อย

>>

>>“ไปสิครับ” กอล์ฟพูดพลางค้อมตัวลงผายมือไปที่ห้องอาหารของทางโรงพยาบาล

>>ดูกอล์ฟค่อนข้างสุภาพและให้เกียรติแนนมาก....มากจนน่าแปลกใจ

>>ท่าทางโรงพยาบาลนี้จะเข้มงวดเรื่องมารยาทกับพยาบาลมาก

>>แนนและกอล์ฟสนิทกันขึ้นเรื่อยๆ....จนบางครั้งแนนก็อยากให้กอล์ฟมาแทนที่เอ

>>

>>

>>

>>บ่อยครั้งที่แนนคิดถึงเอ เอก็ไม่โทรมา

>>

>>บ่อยครั้งที่แนนอยากคุยกับเอ เอก็ไม่ติดต่อมา

>>

>>บ่อยครั้งที่แนนนั่งเหงา อยากให้เอนั่งเป็นเพื่อน แต่เอก็ไม่ปรากฎตัว

>>

>>เอ....เอ....เอ เอหายไปไหน

>>

>>ไหนล่ะ หัวใจที่เอบอกว่าจะให้แนน

>>

>>ไหนล่ะ หัวใจที่เอเคยเขียนไว้บนฝ่ามือแนน

>>

>>มันคงหายไปแล้ว....หายไปพร้อมกับเอ

>>

>>หายไปพร้อมกับผู้ชายโกหก....ผู้ชายเจ้าชู้

>>

>>ทำไมผู้ชายเหมือนกันทั้งโลก.....ทำไม ทำไม ทำไม

>>

>>

>>

>>ใกล้วาเลนไทน์เข้าไปทุกที ปีนี้ไม่เหมือนกับปีก่อนๆ

>>ไม่มีเอคอยให้ดอกกุหลาบแดง ไม่มีอีตาบ๊องทำท่าเขินอายให้ดู

>>

>>“แนนๆ วาเลนไทน์ปีนี้ ว่างหรือเปล่าครับ” เสียงกอล์ฟดังตามสายโทรศัพท์

>>

>>“ว่างค่ะ ทำไมค่ะ” แนนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

>>

>>“พอดีผมมีของจะให้แนนนะครับ

>>เดี๋ยววันวาเลนไทน์บ่ายสามโมงเจอกันที่สยามนะครับ” กอล์ฟเสนอความเห็น

>>

>>“ตกลงค่ะ” แนนพูดพลางกดวางสาย

>>สีหน้าแววตาเปี่ยมด้วยความหวัง....หวังว่ากอล์ฟคงจะมาแทนที่เอได้เสียที

>>

>>

>>

>>วันวาเลนไทน์ วันที่กุหลาบแดงบานสะพรั่งพร้อมกันทั่วโลก

>>แม้ในลานที่สยามหรือที่วัยรุ่นเรียกกันสั้นๆว่า “เซนเตอร์พอยต์”

>>ยังถูกละเลงด้วยดอกกุหลาบสีแดง...นักเรียน

>>นักศึกษาต่างถือกุหลาบแดงในมือเดินกันขวักไขว่ทั่วลาน

>>

>>“ขอโทษค่ะ มาสาย” แนนพูดพลางยิ้มก่อนดึงเก้าอี้ออกมานั่ง

>>

>>“ไม่เป็นอะไรครับ” กอล์ฟพูดพลางยิ้ม

>>

>>“อืม...ว่าแต่มีอะไรจะให้แนนเหรอ”

แนนพูดพลางจ้องตากอล์ฟ...หากกอล์ฟมีพิรุธ

>>แนนจะจับได้ทันที

>>

>>“อันนี้ของแนนนะครับ” ดอกกุหลาบสีแดงถูกดึงออกมาจากถุงอย่างช้าๆ

>>วางลงบนโต๊ะอย่างนิ่มนวล

>>

>>“หมายความว่ายังไงค่ะ จะขอหัวใจแนนเหรอ” แนนพูดติดตลกพลางยิ้ม

>>เธอคิดว่าเธออ่านเกมส์ออกหมด

>>

>>“ผมคงไม่กล้าขอหัวใจแนนหรอก” กอล์ฟพูดพลางยิ้ม แต่กลับทำให้แนนงง

>>

>>“อ้าว...แล้วกุหลาบสีแดงนี่...” ไม่ทันแนนจะพูดจบ

กอล์ฟต่อคำพูดของเขาทันที

>>

>>“ผมไม่กล้าขอหัวใจแนนหรอกครับ เพราะหัวใจของแนนไม่ใช่ของแนน”

>>ปั้ง...เหมือนมีแผ่นเหล็กหนาหลายฟุตทุบลงกลางศีรษะ

>>แนนเริ่มงงกับความหมายขึ้นไปทุกที...มันแปลว่าอะไร???

>>

>>“หัวใจของคุณ คือเจ้าของกุหลาบดอกนี้”

>>กอล์ฟพูดต่อ....แนนทำหน้างงๆไม่เข้าใจความหมายแม้แต่นิดเดียว

>>

>>“ตอนคุณประสบอุบัติเหตุเข้ามาที่โรงพยาบาล

>>คุณเสียเลือดมาก...หัวใจคุณเต้นอ่อนจนแทบจะล้มเหลว

>>พวกผมและหมอพยายามเยียวยาจนถึงที่สุด”

>>กอล์ฟเริ่มอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้น.....เรื่องที่แนนไม่เคยรู้

>>

>>“มีผู้ชายคนนึง วิ่งเข้ามาบอกว่าเป็นแฟนคุณ เขาบอกให้ช่วยคุณให้ได้

>>เสียเงินเท่าไหร่ไม่ว่า...เขายอมจ่ายไม่อั้น ไม่ว่าทางเราจะขออะไร

>>เขาจะจัดหาให้หมด.....คำพูดของเขาทำให้ผมประทับใจมาก”

>>กอล์ฟหยุดพูดชั่วครู่...แนนรู้ทันทีว่ากอล์ฟหมายถึงเอ

>>

>>“ผมยอมแลกทุกอย่างกับชีวิตเธอ - เขายอมแลกทุกอย่างกับชีวิตคุณ”

>>กอล์ฟพูดพลางจ้องหน้าแนนนิ่ง แต่แนนยังคงทำสีหน้างงอยู่

>>

>>“เขายอมทุกอย่างจริงๆ ทีแรกหมอบอกว่าทางเราหาเลือดไม่พอให้คุณ

>>เขาวิ่งตามหาเลือดให้คุณไปทั่วทุกโรงพยาบาล

>>แต่กลับไม่พบว่ามีเลือดถุงไหนที่ตรงกับเลือดคุณ”

กอล์ฟพูดด้วยน้ำเสียงปกติ

>>สายตามองไร้จุดหมาย

>>

>>“สุดท้ายเราตรวจเลือดของเขา พบว่าตรงกับของคุณพอดี เขาบอกให้ทางเราเอาไป

>>เอาไปให้คุณ....ไม่ต้องห่วงว่าเขาจะเป็นอย่างไร ขอแค่คุณปลอดภัยก็พอ”

>>กอล์ฟหยุดพูดชั่วครู่พยายามกลั้นน้ำตา....แต่นัยน์ตาแนนเริ่มเจิ่งนองไปด้วยน้ำใสๆ

>>

>>“ต่อมา...ตอนพวกผมถ่ายเลือดให้คุณ หัวใจคุณเต้นอ่อนลงเรื่อยๆ

>>จนหมอต้องเดินออกไปบอกให้เขาทำใจ.....ทำใจว่าเขาจะต้องเสียคุณ”

>>กอล์ฟพยายามเล่าต่อไปเรื่อยๆด้วยน้ำเสียงปกติ นัยน์ตาแนนเริ่มแดงก่ำ

>>

>>“เขาถามหมอว่า เธอต้องการอะไร.....” ใช่ เอถามหมอว่าแนนต้องการอะไร

>>

>>“เธอต้องการ หัวใจครับ หัวใจเธอเต้นไม่ปกติ การสูบฉีดล้มเหลว

>>เราหาเลือดให้เธอช้าไป เพราะฉะนั้นสิ่งที่เธอต้องการคือ หัวใจ”

>>หมอหวังว่าเอคงจะเลิกหวังในตัวแนน...หยุดเล่นเกมกับมัจจุราชเสียที

>>

>>“ตกลง ผมหาให้ – เขาตอบสั้นๆโดยไม่ลังเลเลย”

>>ตกลงผมหาให้....เอจะหาหัวใจให้แนน

>>ทั้งๆที่รู้ว่าคงเป็นไปไม่ได้...เขาไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียวเพื่อจะทำให้เธอ

>>

>>“คุณรู้มั้ย ว่าคำพูดของเขาทำให้ผมและหมออึ้งกันไปหมด

>>โรงพยาบาลยังหาหัวใจให้คุณไม่ได้ เขาจะมีปัญญาที่ไหนหาหัวใจให้คุณได้”

>>กอล์ฟพูดพลางพยายามหลบสายตาแนน....ตอนนี้กอล์ฟเริ่มกลั้นน้ำตาไม่อยู่แล้ว

>>

>>“เขาถามเลขบัญชีของโรงพยาบาลกับหมอ....เขาไม่ได้โอนเงินมาซื้อหัวใจเทียมให้คุณ

>>แต่เขาโอนมาตั้งมูลนิธิการกุศลให้โรงพยาบาล

>>มูลนิธิช่วยเหลือผู้ป่วยด้านหัวใจเทียม “นานา” คุณดูดีๆ คำว่า แนน และ

เอ

>>ถ้าเขียนติดกัน มันคือ “นานา” นี่คือความปรารถนาสุดท้ายของเขา –

>>เขาอยากให้ตัวเขาเองเป็นคนสุดท้ายที่ไม่ได้อยู่กับคนที่เขารัก...เพราะไม่มีหัวใจเทียมสำรอง”

>>เปี๊ยง....แนนโดนสะกิดต่อมความจำเข้าเต็มเปา...เธอเคยเห็นป้ายมูลนิธิขึ้นหราที่โรงพยาบาล

>>แต่เธอไม่เคยเฉลียวใจสักนิด...มิน่า

>>ทำไมหมอและพยาบาลต้องให้เกียรติและดูแลเธอดีเสียจนน่าแปลกใจ

>>ทั้งๆที่เธอไม่มีส่วนได้เสียกับโรงพยาบาลแม้แต่บาทเดียว

>>

>>“ทันทีที่มีการยืนยันว่าเงินเข้าบัญชีทางโรงพยาบาล

>>เขาก็ยิงตัวตายในห้องน้ำโรงพยาบาลครับ ทิ้งโน้ตไว้ว่า มอบหัวใจให้เธอ -

>>เขามอบหัวใจของเขาให้คุณ” ทันทีที่กอล์ฟพูดจบ

>>แนนปล่อยโฮออกมาเหมือนไม่มีใครอยู่ข้างๆ

>>โต๊ะรอบข้างหันมามองแนนเป็นตาเดียว....เอคือเจ้าของหัวใจ

>>หัวใจที่อยู่ในร่างของแนน

>>

>>“เขายอมแลกทุกอย่างกับคุณจริงๆ”

>>กอล์ฟพูดพลางวางของทั้งหมดที่เอเคยฝากไว้กับทางโรงพยาบาลคืนให้กับแนน

>>มีทั้งเครื่องเล่นเทป ม้วนเทป จดหมาย.....

>>

>>“ผมคงไม่กล้าขอหัวใจคุณหรอก หัวใจคุณเป็นของเขา หัวใจเขาเป็นของคุณ” ใช่

>>หัวใจเอเป็นของแนน เป็นของแนนจริงๆ...ตอนนี้หัวใจแนนตายไปเรียบร้อยแล้ว

>>ตายไปพร้อมกับเอ ตายไปพร้อมกับผู้ชายที่ยอมทุกอย่างเพื่อเธอ

>>

>>“กุหลาบดอกนี้ เขาบอกผมก่อนไปเข้าห้องน้ำว่า...วาเลนไทน์ที่จะถึง

>>รบกวนซื้อกุหลาบสีแดงให้คุณสักดอก

>>ขอแค่ดอกเดียวก็พอ...เป็นคำขอร้องครั้งสุดท้ายของเขา”

กอล์ฟพูดพลางเช็ดน้ำตา

>>นั่งนิ่งๆสักพักก่อนลุกจากโต๊ะไป....ทิ้งแนนนั่งนิ่งอยู่เพียงลำพัง

>>

>>“เอรักแนนนะ” “เอรักแนนนะ” “เอรักแนนนะ”

คำพูดซ้ำๆดังมาจากเครื่องเล่นเทป

>>เป็นคำพูดเดียวกันที่พูดกันซ้ำโดยไม่มีการตัดต่อทั้งเทป.....เทป 120

>>นาทีโดยมีเพลงประกอบเบาๆ

>>แนนค่อยๆคลี่จดหมายออกอ่าน....จดหมายที่มีเนื้อความเพียงบรรทัดเดียว

>>

>>“หัวใจเอ...เขียนคำว่ารักไว้ เขียนให้แนนคนเดียว”

>>

>