“กิ๊ก” อยู่ที่ใจ ‘ลิมิต’มากน้อยแค่ไหน
“กิ๊ก” ตาม พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ให้ความหมายไว้ว่าเป็นคำคุณศัพท์หรือกริยาวิเศษณ์ หมายถึงเสียงของแข็งกระทบกัน นั่นคือความหมายที่ปากมอมไปเปิดพจนานุกรมดูว่า คำว่า “กิ๊ก” เนี่ยหมายถึงอะไรกัน เพราะ ได้ยินน้องๆ นักศึกษาหลายคนบอกว่าวันนี้ไม่ได้ไปกับแฟนแต่ไปกับ “กิ๊ก” ก็เลยไปลองเปิดพจนานุกรมดูอย่างที่บอกนั่นล่ะ
ในความหมายของนักศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัยนั้นคำว่า “กิ๊ก” ตามที่นักศึกษาคณะคุรุศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เสนอรายงานการศึกษาเชิงวิจัยเรื่อง "กิ๊ก...มากกว่าเพื่อน แต่ไม่ใช่แฟน" ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาวิชา "การศึกษาเพื่อพัฒนาชุมชน" ต่อ ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ อาจารย์คณะคุรุศาสตร์ จุฬาฯ นั้น เท่าที่ปากมอมลองอ่านดู เท่าที่สรุปได้ก็คือ “กิ๊ก” ในความหมายของกลุ่มวัยรุ่น กลุ่มนักศึกษาหมายถึงคนที่เป็นมากกว่าเพื่อน แต่ก็ไม่ใช่แฟน (เหมือนกับชื่อรายงานแบบเป๊ะๆ)
ประกอบกับปากมอมมักจะได้รับการฟอร์เวิร์ดเมลอยู่เสมอในช่วงระยะเวลาประมาณ 1 ปีที่ผ่านมานั่นก็คือ กฎแห่งการมีกิ๊ก 10 ข้อ
1.ห้ามหึงหวงแต่ห่วงกันได้
2. มี Sex กันได้แต่ไม่ใช่เจ้าของกัน
3.ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องมากเกินเหตุ
4. กิ๊กอาจเปลี่ยนสถานะได้ แต่ถ้าไม่ได้ก็ห้ามเศร้า
5. ห้ามใช้กิ๊กร่วมกันกับเพื่อน
6. ถ้ากิ๊กคิดจะไปมีแฟนเป็นตัวตนโดยไม่ใช่เรา ห้ามฟูมฟายแต่ต้องพยายามยอมรับและยินดีด้วย แล้วค่อยตกลงกันอีกทีว่าจะยังกิ๊กกันต่อรึเปล่า
7. ไม่จำเป็นต้อง take care กันเกินเหตุ เพราะ เป็นแค่กิ๊ก
8. กิ๊กมีได้ไม่จำกัดจำนวนเป็น infinity ไม่จำกัดเพศ วัย และ สถานภาพ
9. กิ๊กสำคัญรองจากแฟน
10. กิ๊กยังไงก็เป็นกิ๊กต้องเจียมตัว (ถ้าแฟนเขาจับได้ต้องเลิก)
ที่ปากมอมเป็นห่วงก็คือกฎข้อที่ 2 ที่ว่ามีเพศสัมพันธ์กันได้ แต่ไม่ใช่เจ้าของกัน นั้นดูจะน่าเป็นห่วงมากที่สุด เพราะ ประเพณีไทยตั้งแต่ดั้งเดิมนั้น สอนให้ผู้หญิงรักนวลสงวนตัวไว้ แต่ในกฎข้อที่ 2 กลับบอกว่าสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของกัน (หมายความว่าไม่จำเป็นต้องแต่งงาน เป็นสามี ภรรยากัน)
โดยเฉพาะผู้ใหญ่เมื่อได้อ่านกฎข้อที่สองแล้ว ยิ่งบอก “เฮ้ย! นี่มันส่งเสริมให้คนเป็น ‘ชู้’ กันนี่หว่า” เพราะ การที่ใครก็ตามมีคนรักอยู่แล้วกลับไปมีอีกคนหนึ่ง (มือที่สาม) นั้น เป็นเรื่องต้องห้ามเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนไทยเรา
ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ อาจารย์คณะคุรุศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวแสดงความเห็นเกี่ยวกับ “กิ๊ก” ไว้ในรายการ ‘สภาท่าพระอาทิตย์’ ซึ่งออกอากาศทางยูบีซี 9 และส่งกระจายเสียงทางเอฟเอ็ม 97.5 เมกะเฮิรตซ์ ว่าไม่ควรตกใจมากเกินเหตุ แต่ต้องจับตาดู “วัฒนธรรมการมีแฟน เริ่มจากการมีกิ๊กเยอะๆ แล้วทำให้การเคารพเพศตรงข้ามมันน้อยลงนะครับ แล้วโยงไปสู่สถาบันครอบครัวในระยะยาวมันจะอ่อนแอลง ก็เป็นเรื่องน่าเป็นห่วง”
วัฒนธรรมของเด็กวัยรุ่นที่เริ่มจากการมี ‘กิ๊ก’ จำนวนมากถือเป็นเรื่องที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะจะทำให้เด็กยุคนี้มีความเคารพเพศตรงข้ามน้อยลง ขณะเดียวกันก็จะทำให้สถาบันครอบครัวมีความอ่อนแอในระยะยาว
“กิ๊ก” ตาม พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ให้ความหมายไว้ว่าเป็นคำคุณศัพท์หรือกริยาวิเศษณ์ หมายถึงเสียงของแข็งกระทบกัน นั่นคือความหมายที่ปากมอมไปเปิดพจนานุกรมดูว่า คำว่า “กิ๊ก” เนี่ยหมายถึงอะไรกัน เพราะ ได้ยินน้องๆ นักศึกษาหลายคนบอกว่าวันนี้ไม่ได้ไปกับแฟนแต่ไปกับ “กิ๊ก” ก็เลยไปลองเปิดพจนานุกรมดูอย่างที่บอกนั่นล่ะ
ในความหมายของนักศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัยนั้นคำว่า “กิ๊ก” ตามที่นักศึกษาคณะคุรุศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เสนอรายงานการศึกษาเชิงวิจัยเรื่อง "กิ๊ก...มากกว่าเพื่อน แต่ไม่ใช่แฟน" ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาวิชา "การศึกษาเพื่อพัฒนาชุมชน" ต่อ ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ อาจารย์คณะคุรุศาสตร์ จุฬาฯ นั้น เท่าที่ปากมอมลองอ่านดู เท่าที่สรุปได้ก็คือ “กิ๊ก” ในความหมายของกลุ่มวัยรุ่น กลุ่มนักศึกษาหมายถึงคนที่เป็นมากกว่าเพื่อน แต่ก็ไม่ใช่แฟน (เหมือนกับชื่อรายงานแบบเป๊ะๆ)
ประกอบกับปากมอมมักจะได้รับการฟอร์เวิร์ดเมลอยู่เสมอในช่วงระยะเวลาประมาณ 1 ปีที่ผ่านมานั่นก็คือ กฎแห่งการมีกิ๊ก 10 ข้อ
1.ห้ามหึงหวงแต่ห่วงกันได้
2. มี Sex กันได้แต่ไม่ใช่เจ้าของกัน
3.ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องมากเกินเหตุ
4. กิ๊กอาจเปลี่ยนสถานะได้ แต่ถ้าไม่ได้ก็ห้ามเศร้า
5. ห้ามใช้กิ๊กร่วมกันกับเพื่อน
6. ถ้ากิ๊กคิดจะไปมีแฟนเป็นตัวตนโดยไม่ใช่เรา ห้ามฟูมฟายแต่ต้องพยายามยอมรับและยินดีด้วย แล้วค่อยตกลงกันอีกทีว่าจะยังกิ๊กกันต่อรึเปล่า
7. ไม่จำเป็นต้อง take care กันเกินเหตุ เพราะ เป็นแค่กิ๊ก
8. กิ๊กมีได้ไม่จำกัดจำนวนเป็น infinity ไม่จำกัดเพศ วัย และ สถานภาพ
9. กิ๊กสำคัญรองจากแฟน
10. กิ๊กยังไงก็เป็นกิ๊กต้องเจียมตัว (ถ้าแฟนเขาจับได้ต้องเลิก)
ที่ปากมอมเป็นห่วงก็คือกฎข้อที่ 2 ที่ว่ามีเพศสัมพันธ์กันได้ แต่ไม่ใช่เจ้าของกัน นั้นดูจะน่าเป็นห่วงมากที่สุด เพราะ ประเพณีไทยตั้งแต่ดั้งเดิมนั้น สอนให้ผู้หญิงรักนวลสงวนตัวไว้ แต่ในกฎข้อที่ 2 กลับบอกว่าสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของกัน (หมายความว่าไม่จำเป็นต้องแต่งงาน เป็นสามี ภรรยากัน)
โดยเฉพาะผู้ใหญ่เมื่อได้อ่านกฎข้อที่สองแล้ว ยิ่งบอก “เฮ้ย! นี่มันส่งเสริมให้คนเป็น ‘ชู้’ กันนี่หว่า” เพราะ การที่ใครก็ตามมีคนรักอยู่แล้วกลับไปมีอีกคนหนึ่ง (มือที่สาม) นั้น เป็นเรื่องต้องห้ามเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนไทยเรา
ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ อาจารย์คณะคุรุศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวแสดงความเห็นเกี่ยวกับ “กิ๊ก” ไว้ในรายการ ‘สภาท่าพระอาทิตย์’ ซึ่งออกอากาศทางยูบีซี 9 และส่งกระจายเสียงทางเอฟเอ็ม 97.5 เมกะเฮิรตซ์ ว่าไม่ควรตกใจมากเกินเหตุ แต่ต้องจับตาดู “วัฒนธรรมการมีแฟน เริ่มจากการมีกิ๊กเยอะๆ แล้วทำให้การเคารพเพศตรงข้ามมันน้อยลงนะครับ แล้วโยงไปสู่สถาบันครอบครัวในระยะยาวมันจะอ่อนแอลง ก็เป็นเรื่องน่าเป็นห่วง”
วัฒนธรรมของเด็กวัยรุ่นที่เริ่มจากการมี ‘กิ๊ก’ จำนวนมากถือเป็นเรื่องที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะจะทำให้เด็กยุคนี้มีความเคารพเพศตรงข้ามน้อยลง ขณะเดียวกันก็จะทำให้สถาบันครอบครัวมีความอ่อนแอในระยะยาว