การสักและเจาะร่างกาย

การสัก เจาะร่างกายทำให้เกิดอันตรายได้ ถ้าผู้ทำไม่ชำนาญ อุปกรณ์ไม่สะอาด หรือสุขภาพของคนถูกสักมีปัญหา



มนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ใช้สีทาตามร่างกายให้ดูน่ากลัว เพื่อเป็นการป้องกันสัตว์ร้าย ต่อมาเพื่อให้สีติดอยู่บนร่างกายอย่างถาวร จึงเกิดการสักลายบนร่าง การสักสมัยก่อนเป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์ ชายไทยเชื่อกันว่าทำให้อยู่ยงคงกระพัน นิยมสักเป็นอักขระหรือรูปสัตว์ต่าง ๆ เช่น เสือ สิงโต พญานาค ซึ่งเป็นสัตว์สัญลักษณ์ที่แสดงถึงพลังอำนาจ



บางประเทศการสักถือเป็นศิลปะความงามเช่น ประเทศจีน ญี่ปุ่น นอกจากนี้การสัก การเจาะร่างกายก็เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงเสรีภาพด้วยเช่นกัน วัยรุ่นกลุ่มหนึ่งจึงนิยมแฟชั่นชนิดนี้เพื่อแสดงออกถึงอิสระเสรี



การสัก เจาะร่างกายทำให้เกิดอันตรายได้ ถ้าผู้ทำไม่ชำนาญ อุปกรณ์ไม่สะอาด หรือสุขภาพของคนถูกสักมีปัญหา



เคยมีรายงานอาการเลือดไหลไม่หยุดในผู้ถูกสัก ตลอดจนการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ ไวรัสเอดส์ เนื่องจากผู้ให้บริการไม่ได้ฆ่าเชื้ออุปกรณ์ การล้างด้วยแอลกอฮอล์ไม่เพียงพอต่อการฆ่าเชื้อบางชนิด วารสารการแพทย์ฉบับหนึ่งระบุ คนที่สักตามร่างกายมีอัตราเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ ซี เพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่าของคนที่ไม่ได้สัก



การเจาะมีความเสี่ยงเรื่องของแผลติดเชื้อมาก การเจาะจมูกต้องเสี่ยงเพราะจมูกเป็นด่านแรกของการกักเชื้อโรคและฝุ่นละอองจากอากาศ โอกาสติดเชื้อสูง เคยพบรายงานอาการโรคหัวใจตีบเนื่องจากเชื้อโรคบริเวณแผลติดเชื้อที่จมูกลามสู่หัวใจ



หลายคนเจาะลิ้นซึ่งต้องทรมานลิ้นบวมหลายวันกว่าแผลจะหาย หรือการเจาะสะดือ ซึ่งเป็นบริเวณที่จัดอันดับความเสี่ยงต่อการติดเชื้อแล้วมีมากที่สุด เพราะอยู่ในบริเวณร่มผ้า อากาศถ่ายเทไม่สะดวกและอับชื้นได้ง่าย



ในประเทศไทยไม่มีกฎหมายแน่ชัดเรื่องการสัก เจาะ เราจึงเห็นผู้ประกอบการรับสัก เจาะมีอยู่กลาดเกลื่อน โดยไม่มีใครควบคุม



หากต้องการสวยแบบเจ็บตัว ก็ควรเลือกสถานบริการให้ดีที่สุดและให้รู้ตัวว่ากำลังเสี่ยง เมื่อเกิดความผิดปกติจะได้ไปพบแพทย์ได้ทัน



คำแนะนำในการสักหรือเจาะ

1. ไม่สักหรือเจาะดีที่สุด เพราะไม่เสี่ยง เดี๋ยวนี้มีลายสักแบบสติกเกอร์ติดทนนาน หรือการเพ้นท์เฮนน่า ซึ่งให้ความสวยงามและไม่อันตราย

2. เลือกร้านบริการที่เป็นมืออาชีพ มีเครื่องมือที่ได้มาตรฐานโดยเฉพาะการฆ่าเชื้อโรค

3. ทางร้านควรมีอุปกรณ์ฆ่าเชื้อ ที่เรียกว่า เครื่องนึ่ง ซึ่งใช้ไอน้ำแรงดันสูง ไอน้ำจะทำลายเชื้อโรคได้

4. เข็มควรใช้ครั้งเดียวทิ้ง ในถังขยะพิเศษสำหรับขยะอันตราย

5. ผู้ให้บริการต้องล้างมือให้สะอาดและใส่ถุงมือทุกครั้ง

6. การเจาะแล้วใส่วัสดุโลหะ ต้องเลือกโลหะที่ไม่เป็นสนิม เช่น สแตนเลส ทองคำแท้ เงิน

7. ถ้ามีโรคประจำตัวเช่น เบาหวาน ฮีโมฟีเลีย (เลือดออกไม่หยุด) หรือมีประวัติแพ้โลหะ แผลหายยาก ก็ไม่ควรทำ