กทม.ออกโรงเตือนนักกินระวัง! ก๋วยเตี๋ยวเรืออนุสาวรีย์ชัยฯโรคอื้อ



ข้อมูลจาก





หนังสือพิมพ์มติชน

วันที่ 11 ตุลาคม 2547

กทม. ตรวจสุขาภิบาลอาหารร้านก๋วยเตี๋ยวเรือรอบอนุสาวรีย์ชัยฯ 6 แห่ง พบเชื้ออีโคไรด์ คลอโลฟอร์ม บอแรกซ์ คาดปนเปื้อนมากับน้ำแข็งป่น แนะไม่ให้นำเนื้อสัตว์แช่ในถังน้ำแข็งหวั่นเชื้อปนเปื้อนมากขึ้น



นายเริงศักดิ์ โหราเรือง ผู้อำนวยการเขตพญาไท กรุงเทพมหานคร(กทม.) เปิดเผยว่า กทม.ได้ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ออกตรวจสุขาภิบาลอาหารที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือจำนวน 6 แห่ง บริเวณรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ



โดยสุ่มเก็บตัวอย่างลูกชิ้น ผักบุ้ง ถั่วงอก น้ำแข็ง และน้ำเปล่า นำไปตรวจสอบ พบว่ามีเชื้อโรคปนเปื้อนอยู่หลายชนิด ประกอบด้วย เชื้ออีโคไรด์ ซึ่งเป็นเชื้อโรคที่พบในอุจจาระ ซึ่งสันนิษฐานว่าเชื้อดังกล่าวปนเปื้อนระหว่างการขนส่งน้ำแข็ง หรืออยู่บนพื้นรถและพื้นดิน ทั้งนี้ ได้แนะนำให้เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ เปลี่ยนจากการใช้น้ำแข็งป่นมาเป็นน้ำแข็งยูนิต



รวมทั้งเปลี่ยนแปลงการสั่งซื้อจากผู้ส่งรายเดิม เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้มีเชื้ออีโคไรด์ ขณะเดียวกันในถังที่เก็บน้ำแข็งผู้ประกอบการไม่ควรนำลูกชิ้นหรือเนื้อสัตว์ไปแช่แข็งไว้ เนื่องจากจะเป็นการเพิ่มโอกาสการปนเปื้อนของเชื้ออีโคไรด์ นอกจากนี้ได้แนะนำให้ผู้ปรุงอาหารใช้ที่หยิบจับอาหารแทนการใช้มือเปล่า ส่วนเครื่องปรุง เช่น พริกน้ำส้ม แนะนำให้ใส่ในโหลแก้วใสแทนพาชนะสแตนเลสหรือพลาสติก และควรหันมาใช้ชามกระเบื้องแทนชามพลาสติก



นายเริงชัยกล่าวว่า นอกจากนี้ยังตรวจพบสารคลอโลฟอร์ม และสารบอแรกซ์ อยู่ในลูกชิ้นเพื่อเพิ่มความกรอบ ซึ่งทั้ง 2 ชนิดถือว่าไม่น่าเป็นห่วงมากนัก แต่ได้แนะนำให้เจ้าของร้านตรวจสอบแหล่งผลิตที่ได้มาตรฐาน ขณะเดียวกันในส่วนของสภาพแวดล้อมทางเขตจะเข้าไปปรับปรุงให้มีสภาพที่ดีขึ้น โดยจะนำต้นไม้ไปวางไว้ริมระเบียงเพื่อให้ลูกค้าของร้านไม่ต้องทนเห็นสภาพน้ำเน่าในระหว่างที่รับประทานก๋วยเตี๋ยวเรือ ทั้งนี้ การตรวจสอบทางเขตจะมีการออกตรวจเป็นระยะๆ เพื่อคุณภาพของสุขาภิบาลอาหาร



"เชื้ออีโคไรด์หากบริโภคในปริมาณที่มากจะทำให้เกิดอาการท้องร่วง ซึ่งค่าที่เป็นอันตรายจะอยู่ที่ระดับ 100 ขณะที่การสุ่มตรวจพบว่ามีเชื้อดังกล่าวปนเปื้อนอยู่ในก๋วยเตี๋ยวในปริมาณค่า 50 แม้มีอยู่เพียงครึ่ง แต่ก็ไม่ควรที่จะมีเชื้อนี้ปนเปื้อนอยู่เลย เพราะก๋วยเตี๋ยวเรือย่านดังกล่าวมีราคาถูกเป็นที่นิยมของประชาชนจำนวนมาก อาจทำให้เกิดอันตรายได้ เพราะเวลาบริโภคจะมีการสั่งในจำนวนหลายชามต่อคน" นางเริงชัยกล่าว