พญ.สีใบตอง บุญประดับ
เป็นที่ทราบกันทั่วไปแล้วว่าฟันของเรานั้นมี 2 ชุด ฟันชุดแรกเรียกว่าฟันน้ำนม จะเริ่มโผล่ขึ้นมาในช่องปากตรงบริเวณฟันหน้าข้างล่างก่อน จะเริ่มขึ้นเมื่ออายุได้ ประมาณ 5-8 เดือน ขึ้นครบ 20 ซี่ เมื่อเด็กมีอายุประมาณ 2/1.2 ปี - 3 ปี ฟันชุดที่สองเรียกว่าฟันแท้หรือฟันถาวร ขึ้นซี่แรกเมื่อเด็กอายุประมาณ 5-6 ปี โดยขึ้นถัดจากฟันน้ำนมซี่สุดท้ายเข้าไปด้านใน ส่วนฟันแท้ซี่อื่น ๆ นั้นจะทะยอยขึ้นมา แทนฟันน้ำนมจนหมดทุกซี่ ขึ้นครบ 32 ซี่ เมื่ออายุประมาณ 17-18 ปี ฟันแท้นี้จะทำหน้าที่ อยู่ในช่องปากได้ตลอดชีวิตของเรา ถ้าได้รับการเอาใจใส่ดูแลรักษาอย่างถูกต้อง และสม่ำเสมอ
เหตุที่ต้องเน้นถึงความสำคัญของฟันแท้ซี่แรกนั้นเพราะระยะที่ฟันแท้ซี่นี้ขึ้น เด็กมีอายุ ประมาณ 5-6 ปี ซึ่งเป็นวัยที่ผู้ปกครองมักจะเข้าใจผิดในเรื่องการดูแลสุขภาพภายใน ช่องปากของเด็ก คิดว่าเด็กช่วยตัวเองได้เพราะเด็กเรียนอยู่ชั้นอนุบาล 2 หรือชั้นประถม ปีที่ 1 จึงปล่อยให้เด็กแปรงฟันเอง โดยไม่ได้ช่วยดูแลว่าเด็กแปรงฟันสะอาดหรือไม่ ที่จริงแล้วเด็กในวัยนี้ผู้ปกครองยังต้องเอาใจใส่ดูแลตักเตือนในเรื่องการทำความสะอาดฟัน การเลือกรับประทานอาหารที่ดีบำรุงฟันและหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำลายฟัน
ฟันซี่นี้มีความสำคัญมากเพราะ
|
สาเหตุการผุของฟันแท้ซี่แรก
|
การแปรงฟันให้ถูกวิธีและสม่ำเสมอ
การแปรงฟันที่ถูกวิธี นอกจากทำให้เศษอาหารออกจากตัวฟันแล้วยังช่วยกระตุ้นให้เลือด ไปเลี้ยงเหงือกให้แข็งแรง ทำให้ไม่เป็นโรคเหงือกอักเสบ ซึ่งตรงข้ามกับการแปรงฟันที่ ผิดวิธี นอกจากเศษอาหารไม่ออกแล้วยังทำลายตัวฟันด้วย พวกที่แปรงผิดวิธีจะแปรงถูไปถูมา หรือแปรงขึ้นลง
เลือกอาหารและการกิน
ดังที่กล่าวมาแล้วว่าทั้งผู้ปกครองและครูต้องร่วมมือกันชี้แนะให้เด็กเลือกรับประทานอาหาร ที่มีประโยชน์ต่อฟัน ที่สำคัญคือทั้งผู้ปกครองและครูต้องไม่กินเป็นตัวอย่างให้เด็กเห็นด้วย เท่าที่ผู้เขียนพบ ผู้ปกครอง ญาติ พี่น้องของเด็กมักจะซื้อของพวกนี้ไปให้เด็กเสียเอง ที่พบมากได้แก่ พวกช็อกโกแลต เป็นต้น แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ หลังกินของพวกนี้ ให้เด็กแปรงฟันหรือบ้วนปาก อย่างเร็ว เพื่อลดการเกิดกรด ซึ่งเป็นตัวทำลายฟันผุ
ดื่มนมอย่างไรฟันถึงไม่ผุ
เด็กมีความจำเป็นต้องดื่มนมทุกวันเป็นประจำ เพื่อบำรุงร่างกายให้แข็งแรง แต่นมก็เป็น เครื่องดื่มที่ทำให้เกิดโรคฟันผุได้มากเพราะคราบนมจะจับตัวฟันและขอบเหงือกได้ง่าย แต่เอาออกยาก เมื่อคราบนมผสมกับเชื้อโรคในน้ำลายจะเปลี่ยนเป็นกรดไปกัดฟันอย่างรวดเร็ว ดังนั้นหลังเด็กดื่มนมต้องรีบแปรงฟัน หรือบ้วนปากหลาย ๆ ครั้งทันที
กินอาหารจุบจิบกับโรคฟันผุ
กินอาหารบ่อยครั้ง หรือชอบกินจุบจิบจะมีโอกาสเป็นโรคฟันผุได้ง่ายกว่าการกินอาหาร เป็นเวลา เพราะการกินอาหารแต่ละครั้งจะเกิดกรดในปากทุกครั้ง การเกิดกรดมากน้อย อยู่กับชนิดของอาหารที่กิน ดังนั้นนอกจากเลือกกินอาหารแล้ว ควรฝึกเด็กให้กินอาหาร เป็นเวลาวันละ 3 ครั้ง ก็พอแล้ว โดยกินแต่ละครั้งให้เพียงพอเพราะร่างกายมนุษย์ ฝึกอย่างไรได้อย่างนั้น การกินอาหารเป็นเวลา นอกจากจะช่วยลดการเกิดโรคฟันผุแล้ว ยังช่วยให้กระเพาะและลำไส้ได้ทำงานน้อยลงด้วย
ใช้ฟลูออไรด์ ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ตัวฟัน
เด็กในวัยนี้ ที่ดื่มน้ำที่มีฟลูออไรด์ไม่เพียงพอต่อการป้องกันฟันผุ ควรจะต้องรับประทาน ยาเม็ดหรือยาน้ำฟลูออไรด์ เพื่อเสริมฟันให้แข็งแรง และถ้าจะให้ดียิ่งขึ้น ควรพาเด็ก ไปพบทันตแพทย์ เพื่อเคลือบฟันด้วยฟลูออไรด์ตามระยะที่ฟันแท้ขึ้น
ใช้ฟันให้ถูกหน้าที่
ฟันมีหน้าที่สำคัญในการบดเคี้ยวอาหาร ไม่ควรใช้ฟันผิดหน้าที่ เช่น เด็กจะเอาฟันกัดเล็บ กัดดินสอ กัดของเล่นที่เป็นพลาสติกแข็ง ๆ ฯลฯ ซึ่งอาจทำให้ฟันบิ่น หรือเจ็บฟันได้ นอกจากนั้นควรใช้ฟันเคี้ยวอาหารให้ถูกต้อง เช่น ฟันกรามไว้บดเคี้ยว ฟันหน้าเอาไว้ ตัดและฉีกอาหาร
ตรวจฟันให้เด็กเป็นประจำ
ถ้าพบว่าเริ่มมีจุดดำหรือสีน้ำตาลบนตัวฟัน และใช้อะไรเขี่ยไม่ออก ให้นำเด็กไปพบ ทันตแพทย์เพื่อรับการอุดฟัน อย่าปล่อยทิ้งไว้จนเด็กมีอาการปวดฟัน จะทำให้เด็กถูก ถอนฟันได้ แต่ฟันซี่นั้น ถึงแม้ว่าเด็กมีอาการปวดฟันแล้วก็ควรจะปรึกษาทันตแพทย์ เพื่อรักษาคลองรากฟัน เอาตัวฟันไว้ แต่ถ้าจำเป็นต้องถอนฟันก็ควรใส่ฟันปลอม เพื่อกันฟันข้างเคียงล้มหรือเก เพื่อป้องกันการสบฟันผิดปกติ และป้องกันการเกิดโรคฟันผุ และเหงือกอักเสบตามมาทั้งปาก
จะเห็นว่าฟันแท้ซี่แรกมีความสำคัญต่อสุขภาพในช่องปากของเด็กเป็นอย่างมาก เด็กที่ไม่มีผู้ปกครองและครูคอยดูแลแนะนำจะพบว่า ฟันซี่นี้ผุเกือบทุกคน เพราะฟันแท้ซี่นี้ขึ้นในวัยที่เด็กยังต้องการผู้ปกครอง, ครู เป็นหลักสำคัญในการป้องกัน ฟันแท้ซี่ที่ผุ ถ้าท่านมีลูกหรือนักเรียนอายุ 6 ขวบ ท่านควรตรวจดูฟันซี่สุดท้ายของเด็กว่า ผุหรือไม่จะได้แนะนำกระตุ้นให้เด็กดูแลความสะอาด หรือถ้าฟันผุจะได้ช่วยเด็กได้ทัน ถ้าผู้ปกครองและครูร่วมมือดังที่กล่าวมาแล้ว เด็กของท่านจะเป็นอีกผู้หนึ่งที่มีฟันสวยงาม ปราศจากโรคฟันผุ และเหงือกอักเสบซึ่งมีผลต่อสุขภาพร่างกายของเด็กด้วย
จากนิตยสารใกล้หมอ