...บุก คือ พืชในตระกูลเดียวกันกับบอน (Araceae) เป็นไม้ล้มลุก ลำต้นอวบ ไม่มีแก่น สูง 3-6 ฟุต มีดอกสีม่วงเหมือนดอกหน้าวัวเป็นพืชท้องถิ่นของ ประเทศญี่ปุ่น จีน ไทย ฟิลิปปินส์ และอินโดจีน ใน ประเทศไทยพบบุกมากในจังหวัด กำแพชรเพชร เชียงใหม่ พะเยา กาญจนบุรี

.......ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่นิยมการบริโภคบุกมากที่สุด โดยบริโภคส่วนที่เป็นแป้งของรากบุก ด้วยการนำมา แช่ด่างและทำเป็นเส้นๆ คล้ายวุ้นเส้น รับประทานกับ สุกี้ ก็มีรสชาติกรุบกรับดี แต่สำหรับคนไทย อาหารที่ ทำจากบุกไม่ใช่ของแปลกใหม่เลย โดยเฉพาะตาม ชนบทที่นิยมนำลำต้นมาแกงส้มกันมาก หรือลวกจิ้ม น้ำพริกต่างๆ หรือไม่ก็ฝานบางๆ มากย่างกินเป็นขนม แต่ลำต้นหรือใบบุกนั้นอาจทำให้เกิดอาการคันได้เหมือน บอน เพราะเหตุนี้ควรนำมาลวกก่อนนำไปปรุงเป็น อาหารจะช่วยป้องกันอาการดังกล่าวได้

......ปัจจุบันนิยมรับประทานส่วนหัวของบุก เพราะมีสาร สำคัญตัวหนึ่ง ซึ่งเรียกว่ากลูโคแมนแนน สารตัวนี้ที่เป็น จุดขายของบุก เพราะมีสารสำคัญตัวหนึ่ง ซึ่งเรียกว่า กลูโคแมนแนน สารตัวนี้ที่เป็นจุดขายของบุก กลูโคแมนแนน เป็นคาร์โบไฮเดรต หรือแป้ง ชนิดหนึ่งซึ่งประกอบด้วย กลูโคส แมโนส ฟรุคโทส มีลักษณะข้นๆ เหนียวๆ ก่อนจะนำ มาบริโภคจะต้องผ่านกรรมวิธีที่มากมายในการกำจัดยางและ ล้างพิษที่ทำให้คันได้ นำมาขายเป็นเส้นๆ หรือเป็นชิ้นๆ ซึ่งนำไปประกอบอาหารแทนเนื้อสัตว์ได้ เพราะไม่มีรสชาติ จึงสามารถปรุงรสได้ตามความชอบ แต่จะมีความยืดหยุ่น คล้ายปลาหมึกสุก บางครั้งอาจนำมาขายในลักษณะผงชงเป็น เครื่องดื่มรสต่างๆ ความเหนียวหนืดของกลูโคแมนแนน จะชะลอการดูดซึมของกลูโคสจากทางเดินอาหารไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกาย ช่วงถ่วงท้องให้อิ่มเร็ว การบริโภคอาหารอื่นๆ จึงน้อยลงโดยปริยาย ทำให้นิยมมากในวงการผู้ที่ต้องการ ลดน้ำหนัก ใยและกากอาหารจะทำให้ลำไส้บีบตัวมากขึ้นทำให้การ ขับถ่ายเป็นไปได้ดี การควบคุมหรือลดน้ำหนักด้วยการบริโภคบุก พร้อมกับการรับประทานอาหารอื่นๆ ครบ 5 หมู่ ไม่มีอันตรายต่อ ร่างกายใดๆ ทั้งสิ้น เพราะเป็นใยอาหารธรรมชาติไม่ใช่สารเคมีสกัด นอกจากอุตสาหกรรมอาหารแล้ว บุกยังเป็นพืชที่ใช้อุตสาหกรรม เครื่องสำอางและยาด้วย การบริโภคส่วนใดส่วนหนึ่งของบุกดิบ นั้นไม่ควรปฏิบัติหากไม่รู้จริง เพราะบุกมีหลายชนิดมาก อาทิ บุกบ้าน บุกป่า บุกคางคก และบุกญี่ปุ่น เพื่อความปลอดภัยของ เราและคนรอบข้างควรซื้อที่ทำสำเร็จ หรือที่เขาทำความสะอาดล้างพิษ เรียบร้อยมาแล้วจะดีกว่า

ในบุก 100 กรัม จะมีคาร์โบไฮเดรต ร้อยละ 67, โปรตีนร้อยละ 6.5



จากหนังสือ 9 ทันโรค ของ ร.พ.พระรามเก้า คอลัมน์อาหารเพื่อสุขภาพ