ความรักในเพศเดียวกันของผู้หญิงกำลังได้รับความนิยมในหมู่สาวๆวัยรุ่น ถือเป็นปัญหาใหญ่เช่นเดียวกับชาวเกย์ได้หรือเปล่าก็ไม่ทราบ รักระหว่างผู้หญิงด้วยกันและการมีความสัมพันธ์ทางเพศกันนั้นถือเป็นเรื่องที่อันตรายต่อร่างกายพอสมควร
หากพฤติกรรมนี้กลายเป็นนิสัยแล้วก็อาจติดยึดกับพฤติกรรมนี้ไปตลอด แต่การมีพฤติกรรมรักเพศเดียวกันในผู้หญิงที่สมบูรณ์จริงๆนั้นมักไม่ค่อยเกิดขึ้นให้รับรู้กันนัก หากมีให้เห็นก็จะเป็นสาวบริสุทธิ์เป็นส่วนใหญ่
ตามปกติกิริยาท่าทางของผู้หญิงแบบนี้ไม่สามารถมองออกว่า เธอมีพฤติกรรมที่แตกต่างจากผู้หญิงปกติ บางคนแต่งตัวเป็นผู้หญิงตามลักษณะรูปลักษณ์ภายนอก แต่มีพฤติกรรมที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน ผู้หญิงที่รักเพศเดียวกันจะมีความรู้สึกว่า อยู่กันยั่งยืนกว่าคู่ของชายรักชาย มักมีความเสียสละและเอื้ออาทรต่อกันเสมอ บางคนอาจจะมีการหึงหวงกันบ้าง มีอารมณ์รุนแรงหรืออ่อนหวานซาบซึ้งต่อกันอย่างมาก
สำหรับเด็กสาววัยรุ่นที่เราจะพบเห็นได้บ่อยนั้น การรักเพศเดียวกันอาจเป็นเพียงความรักใคร่ ความหลงเพื่อหาความรู้สึกอบอุ่นทางอารมณ์เท่านั้น และพบได้ยากที่พฤติกรรมของเธอจะเข้าไปปรึกษาแพทย์เพื่อช่วยให้ตัวเองกลับไปเป็นผู้หญิงเหมือนคนอื่นทั่วไป
หญิงสาวหลายคนที่รักเพศเดียวกันเพราะประสบการณ์กระทบกระเทือนใจในวัยเด็ก และถูกเสริมแรงด้วยประสบการณ์ที่ทำให้เกิดความพอใจในความรักเพศเดียวกันเมื่อโตขึ้น หลายคนกลายเป็นคนที่เกลียดผู้ชาย เกลียดอวัยวะเพศของผู้ชาย กลัวการสอดใส่
ตัวอย่างเช่น เจน สาวโสดคนหนึ่งอายุ 25 ปีเป็นฝ่ายบริหารงานลูกค้าหรือเออี มาพบจิตแพทย์ด้วยความรู้สึกว่า ตัวเองมีความวิปริตทางเพศที่ต้องการจะรักษาให้หายและมีชีวิตทางเพศเหมือนคนปกติ
เธอเล่าว่า เคยตื่นขึ้นมากลางดึก ได้เห็นบิดากับมารดากำลังร่วมเพศกัน ตอนนั้นเธอไม่เข้าใจว่า มันคืออะไร เลยคิดว่า พ่อทำร้ายแม่ ซึ่งทำให้เธอเริ่มเกลียดพ่อและเกลียดญาติพี่น้องทุกคนที่เป็นผู้ชาย พร้อมทั้งรักและสงสารแม่มากขึ้น ยังมีความคิดว่า ผู้ชายชอบรังแกผู้หญิง ในช่วงนั้นก็มีเพื่อนมาสนิทสนมเอาอกเอาใจ ทำให้เธอรักและรู้สึกอบอุ่นที่ได้อยู่ใกล้เพื่อนคนนี้ ยิ่งพ่อแม่ไม่มีเวลาดูแลเธอมากนัก ความสนิทสนมจึงเพิ่มมากขึ้น แต่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางเพศกัน คบหากันได้ 4 ปีเพื่อนคนนี้ก็แต่งงานจึงห่างกันไป
หลังจากนั้นไม่นาน เธอได้มีโอกาสรู้จักกับเพื่อนหญิงอีกคนโดยบังเอิญ คนนี้เป็นทอมที่เอาใจเก่ง และพยายามสัมผัสลึกซึ้ง กระตุ้นอารมณ์เพศของเธอด้วย ซึ่งก็สามารถสร้างความสุขทางเพศให้เธอได้เต็มที่ จนเต็มใจที่จะเปลี่ยนประพฤติเป็นคนรักเพศเดียวกันอย่างเปิดเผย แต่เธอก็ยังไม่กล้าประพฤติแบบนี้มากนักเพราะกลัวจะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงของตัวเองและวงศ์ตระกูล เกรงว่าพ่อแม่พี่น้องจะรู้และเสียใจที่เธอเป็นแบบนี้ ยิ่งเธอมีหน้าที่การงานดี ฐานะของครอบครัวก็มั่นคง เป็นที่รู้จักกว้างขวางในวงการธุรกิจ แถมยังมีหนุ่มหลายคนเฝ้าตามจีบ เธอจึงคิดจะรักษาความผิดปกติของตัวเอง
หญิงสาวมารับการตรวจรักษาด้วยการสัมภาษณ์และการทดสอบทางจิตวิทยา 2 ครั้ง แต่ไม่ยอมมารับการรักษาต่อเนื่อง โดยพยายามโทรศัพท์มาเลื่อนนัดหลายครั้ง ในที่สุดก็เงียบหายไป แสดงว่า เธอไม่มีความตั้งใจจริงที่จะรักษา
ยังมีหญิงสาวจำนวนมากที่ประสบปัญหาและสับสนตัวเองในความรักความต้องการเช่นเดียวกับเจน บางคนแต่งงานกับผู้ชายที่รักเธอมาก แต่เธอก็ไม่อาจใช้ชีวิตอย่างมีชีวิตชีวาได้ รวมทั้งไร้ความสุขสมทางเพศด้วย แม้ว่า ทอมหรือดี้ที่มีความสัมพันธ์กับผู้ชาย เธอก็จะมีลักษณะเป็นผู้ชายในแบบผู้หญิงทางกาย แต่พฤติกรรมการแสดงออกกลับมีลักษณะเป็นผู้ชายมากกว่าเช่น ลักษณะท่วงท่าในการมีเพศสัมพันธ์นั้น เธอจะต้องการเป็นฝ่ายกระทำและควบคุมมากกว่า แต่บางคนก็กลับแข็งทื่อ ไร้อารมณ์ร่วมจนฝ่ายชายเบื่อไปเอง
เมื่อปัญหาสะสมจนถึงวันหนึ่ง หลายคนต้องสารภาพกับสามีตรงๆถึงความต้องการ และทำการหย่าร้างไปใช้ชีวิตแบบหญิงรักหญิงตามทางที่เธอชอบ
หากพฤติกรรมนี้กลายเป็นนิสัยแล้วก็อาจติดยึดกับพฤติกรรมนี้ไปตลอด แต่การมีพฤติกรรมรักเพศเดียวกันในผู้หญิงที่สมบูรณ์จริงๆนั้นมักไม่ค่อยเกิดขึ้นให้รับรู้กันนัก หากมีให้เห็นก็จะเป็นสาวบริสุทธิ์เป็นส่วนใหญ่
ตามปกติกิริยาท่าทางของผู้หญิงแบบนี้ไม่สามารถมองออกว่า เธอมีพฤติกรรมที่แตกต่างจากผู้หญิงปกติ บางคนแต่งตัวเป็นผู้หญิงตามลักษณะรูปลักษณ์ภายนอก แต่มีพฤติกรรมที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน ผู้หญิงที่รักเพศเดียวกันจะมีความรู้สึกว่า อยู่กันยั่งยืนกว่าคู่ของชายรักชาย มักมีความเสียสละและเอื้ออาทรต่อกันเสมอ บางคนอาจจะมีการหึงหวงกันบ้าง มีอารมณ์รุนแรงหรืออ่อนหวานซาบซึ้งต่อกันอย่างมาก
สำหรับเด็กสาววัยรุ่นที่เราจะพบเห็นได้บ่อยนั้น การรักเพศเดียวกันอาจเป็นเพียงความรักใคร่ ความหลงเพื่อหาความรู้สึกอบอุ่นทางอารมณ์เท่านั้น และพบได้ยากที่พฤติกรรมของเธอจะเข้าไปปรึกษาแพทย์เพื่อช่วยให้ตัวเองกลับไปเป็นผู้หญิงเหมือนคนอื่นทั่วไป
หญิงสาวหลายคนที่รักเพศเดียวกันเพราะประสบการณ์กระทบกระเทือนใจในวัยเด็ก และถูกเสริมแรงด้วยประสบการณ์ที่ทำให้เกิดความพอใจในความรักเพศเดียวกันเมื่อโตขึ้น หลายคนกลายเป็นคนที่เกลียดผู้ชาย เกลียดอวัยวะเพศของผู้ชาย กลัวการสอดใส่
ตัวอย่างเช่น เจน สาวโสดคนหนึ่งอายุ 25 ปีเป็นฝ่ายบริหารงานลูกค้าหรือเออี มาพบจิตแพทย์ด้วยความรู้สึกว่า ตัวเองมีความวิปริตทางเพศที่ต้องการจะรักษาให้หายและมีชีวิตทางเพศเหมือนคนปกติ
เธอเล่าว่า เคยตื่นขึ้นมากลางดึก ได้เห็นบิดากับมารดากำลังร่วมเพศกัน ตอนนั้นเธอไม่เข้าใจว่า มันคืออะไร เลยคิดว่า พ่อทำร้ายแม่ ซึ่งทำให้เธอเริ่มเกลียดพ่อและเกลียดญาติพี่น้องทุกคนที่เป็นผู้ชาย พร้อมทั้งรักและสงสารแม่มากขึ้น ยังมีความคิดว่า ผู้ชายชอบรังแกผู้หญิง ในช่วงนั้นก็มีเพื่อนมาสนิทสนมเอาอกเอาใจ ทำให้เธอรักและรู้สึกอบอุ่นที่ได้อยู่ใกล้เพื่อนคนนี้ ยิ่งพ่อแม่ไม่มีเวลาดูแลเธอมากนัก ความสนิทสนมจึงเพิ่มมากขึ้น แต่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางเพศกัน คบหากันได้ 4 ปีเพื่อนคนนี้ก็แต่งงานจึงห่างกันไป
หลังจากนั้นไม่นาน เธอได้มีโอกาสรู้จักกับเพื่อนหญิงอีกคนโดยบังเอิญ คนนี้เป็นทอมที่เอาใจเก่ง และพยายามสัมผัสลึกซึ้ง กระตุ้นอารมณ์เพศของเธอด้วย ซึ่งก็สามารถสร้างความสุขทางเพศให้เธอได้เต็มที่ จนเต็มใจที่จะเปลี่ยนประพฤติเป็นคนรักเพศเดียวกันอย่างเปิดเผย แต่เธอก็ยังไม่กล้าประพฤติแบบนี้มากนักเพราะกลัวจะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงของตัวเองและวงศ์ตระกูล เกรงว่าพ่อแม่พี่น้องจะรู้และเสียใจที่เธอเป็นแบบนี้ ยิ่งเธอมีหน้าที่การงานดี ฐานะของครอบครัวก็มั่นคง เป็นที่รู้จักกว้างขวางในวงการธุรกิจ แถมยังมีหนุ่มหลายคนเฝ้าตามจีบ เธอจึงคิดจะรักษาความผิดปกติของตัวเอง
หญิงสาวมารับการตรวจรักษาด้วยการสัมภาษณ์และการทดสอบทางจิตวิทยา 2 ครั้ง แต่ไม่ยอมมารับการรักษาต่อเนื่อง โดยพยายามโทรศัพท์มาเลื่อนนัดหลายครั้ง ในที่สุดก็เงียบหายไป แสดงว่า เธอไม่มีความตั้งใจจริงที่จะรักษา
ยังมีหญิงสาวจำนวนมากที่ประสบปัญหาและสับสนตัวเองในความรักความต้องการเช่นเดียวกับเจน บางคนแต่งงานกับผู้ชายที่รักเธอมาก แต่เธอก็ไม่อาจใช้ชีวิตอย่างมีชีวิตชีวาได้ รวมทั้งไร้ความสุขสมทางเพศด้วย แม้ว่า ทอมหรือดี้ที่มีความสัมพันธ์กับผู้ชาย เธอก็จะมีลักษณะเป็นผู้ชายในแบบผู้หญิงทางกาย แต่พฤติกรรมการแสดงออกกลับมีลักษณะเป็นผู้ชายมากกว่าเช่น ลักษณะท่วงท่าในการมีเพศสัมพันธ์นั้น เธอจะต้องการเป็นฝ่ายกระทำและควบคุมมากกว่า แต่บางคนก็กลับแข็งทื่อ ไร้อารมณ์ร่วมจนฝ่ายชายเบื่อไปเอง
เมื่อปัญหาสะสมจนถึงวันหนึ่ง หลายคนต้องสารภาพกับสามีตรงๆถึงความต้องการ และทำการหย่าร้างไปใช้ชีวิตแบบหญิงรักหญิงตามทางที่เธอชอบ