หากคุณจะอ่านใจใครสักคน คุณจะอ่านคน ๆ นั้นจากสิ่งใดต่อไปนี้ ?



- เสื้อผ้าหน้าผม-โหงวเฮ้ง-รถยนต์-โทรศัพท์มือถือ หรือ “การพูดคุย”



ไม่ต้องบอกใบ้ ก็น่าจะรู้ ว่าคำตอบสุดท้าย คือคำตอบที่ใช่ !



บางทีวัตถุก็แค่ ฉาบ หรือบางครั้งก็ ฉวยเอาตัวตนของคน ๆ นั้นออกไปอีกต่างหาก



การพูดคุยไม่เพียงแต่จะบ่งลักษณะและบอกเป็นนัยเกี่ยวกับบุคลิกของคนผู้นั้นเพียงเท่านั้น หากแต่จะหมายรวมถึงนิสัยใจคอและพื้นฐานจิตใจ ของคนที่พูดอีกด้วย และแน่นอนว่าคุณจะอ่านเขา หรือเธอได้ขาด ! จากปากที่กำลังเขยื้อนเปล่งเป็นสำเนียงออกมา



ถ้าพูดจาแบบ....เรื่อยเปื่อยเฉื่อยแฉะ พูดแยะพูดยั่บ



พ่อตาตาย แม่ยายเสีย พี่แกพล่ามพรรณนา วนไปวนมาไม่รู้จบ เรื่องเดิมประเด็นเดียว แต่เที่ยวเอามาเล่าสู่กันฟังนับร้อยรอบ จนคนนั่งฟังไฟมอดหลับคาวงเมาท์ ฟันธงได้ว่าคนแบบนี้ เป็นคนที่มีความคิดไม่เป็นระบบ ไม่มีจุดยืนในบางเรื่อง นิสัยหยาบ ๆ แต่ไม่คาย ข้อดีคือเป็นคนคบได้ (ถ้าไม่กลัวหูพังก่อนวัยอันควร) เพราะเขาหรือเธอเป็นคนที่เจือจานคนรอบข้าง จริงใจไม่จิงโจ้



ถ้าพูดจาแบบ...ประจบประแจง



แม้ฟังกระดากกระเดื่องหูบ้างในบางครั้ง เพราะดูจะอวยกันเกินไป ก็ขอให้เอาหูไปทำนาซะ ได้ฟังสิ่งที่ดีก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ (แม้จะรู้ว่าไม่จริงใจก็เถิด !) เพราะคนที่พูดจาเช่นนี้มีเจตนาดีกับคนอื่น อยากเห็นคนรอบข้างมีความสุข ชอบประนีประนอม ไม่ชอบสร้างศัตรู มองโลกในแง่ดี แต่ติดว่าขาดความมั่นใจในตัวเองไปนิด อ๊ะ อ๊ะ อย่าลืมดูเหตุผลอื่นประกอบด้วยว่าคนพูดหวังผลประโยชน์อะไรจากผู้ฟังหรือเปล่า สังเกตได้จากหากคนนั้นไม่เค้ย ไม่เคยที่จะได้ว่าชมใครออกจากปาก แต่จู่ ๆ ก็ได้ยินคำหวานยกยอปอปั้นออกจากปากซะงั้น ให้มองโลกในแง่ร้ายไว้ก่อนเลยว่า เขาหรือเธอหวังอะไรหรือเปล่า (วะ!)



ถ้าพูดจาแบบ... ถามห้วน ตอบสั้น



เรียกง่าย ๆ พูดน้อย (ถ้าต่อยหนักด้วย นั่นก็อีกเรื่อง) ไม่จริงเสมอไปที่คนพูดน้อยแล้วจะคิดเยอะ เพราะบางทีเขาหรือเธอก็ไม่ได้ฟังคำถามด้วย ซ้ำไป แต่แน่นอนว่าเป็นคนที่ไม่ค่อยเปิดเผย โดยเฉพาะเรื่องราวส่วนตัวของตัวเอง (ด้วยไม่รู้จะสื่อสารวิธีไหน เพราะถ้าคุยกันทางโทรจิตได้ คงกลายเป็นคนที่เปิดเผยที่สุดคนหนึ่ง !) เป็นคนไม่ค่อยเก็บรายละเอียดเล็กน้อยที่รายล้อมรอบข้างสักเท่าไหร่ เป็นมนุษย์เรียบง่าย รักสันโดษ ชอบเก็บตัว แต่ต้องการคนดูแล ตามสถิติคู่รัก น่าแปลกที่พบว่า ส่วนใหญ่คนที่ไม่ค่อยพูด มักจะลงเอยและเข้าคู่กันได้ดีกับคนที่พูดมากนักแล !



ถ้าพูดจาแบบ...ถามก็ยาว ตอบก็ยิ่งยาว



รับรองเป็นคนเปิดเผยมาก ออกจะมากเกินไปด้วยซ้ำ แต่เชื่อถือยากหน่อย เป็นประเภทล้านหาร ยิ่งถามคนอื่นแต่ตอบเรื่องตัวเอง ยิ่งแล้วใหญ่ ในบางขณะอาจหมายถึงคนที่พูดมีความในใจที่อยากจะพูดออกมา คนประเภทนี้นอกจากจะพูดคุยแล้ว ยังชอบบ่นด้วย ไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเอง ติดจะขี้โอ่นิด ๆ ไม่ค่อยมีลับลมคมในอะไรกับใครเขา หรือถ้ามีก็เผลอ ออกมาจนหมด แต่เป็นคนที่มีทักษะการพูดที่ยอดเยี่ยม ต่างจากคนพูดเยอะธรรมดาข้างต้น ในขณะเดียวกันที่ตอบคำถามยาว เพราะเรียบเรียงสิ่งที่พูดไม่ค่อยถูก



ถ้าพูดจาแบบ...ตอบด้วยคำถาม



อันนี้ต้องยกตัวอย่างเช่น



A : ถามว่า “ชุดนี้สวยมั้ย?”แล้ว

B : ตอบว่า “แล้วชอบมั้ยล่ะ ?”



อ้าว ! เอาไงกันนี่ !!!!



คนที่พูดแบบนี้แสดงว่าเป็นคนช่างคิด และชอบตั้งคำถามกับทุกอย่าง แต่ค่อนข้างจะโลเล และคล้อยตามง่าย ไม่กล้าตัดสินใจ ไม่มีความมั่นใจ แต่ก็ ขี้เกรงใจ ซึ่งถือเป็นเรื่องดี หากแต่มากไปจะทำให้สูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง และไม่ค่อยคิดอะไรเอง ทั้งนี้ต้องดูกาละและเทศะเป็นสำคัญ



ถ้าพูดจาแบบ...วกไปวนมา



เฉกเช่นคนเมา (กาแฟ) อยู่ตลอดเวลาก็ไม่ปาน นั่นอาจจะเป็นคนขี้อาย ประหม่า และแสดงอาการหวาด ๆ หวั่น ไม่สั่นแต่ก็ไม่กล้า ต่อบุคคลที่คุยด้วย เป็นคนเก่งที่แสดงออกไม่ค่อยเก่ง กล่าวคือเก่งทักษะแทบทุกด้าน ยกเว้นการพูด กลัวการแสดงออก และขัดแย้งในตัวเองกับทุกเรื่อง เจ้าความคิดและสร้างสรรค์ เพราะมีอภิมหาเมกะโปรเจคท์อยู่ในหัว ร้อยแปด ในขณะเดียวกันก็เป็นคนใจดี อบอุ่น เพราะความพยายามในการที่จะให้ผู้ฟังเข้าใจ และถ้าได้ยินคำพูดแบบฟันธงชัด ๆ จากเขาหรือเธอคนนี้เมื่อไหร่ ขอให้คนฟังเก็บไปจดไว้เป็นคติพจน์ได้เลย (เพราะนาน ๆ จะเรียบเรียบได้สักประโยค !)



“เพียงพบสบตา...รู้หน้าไม่รู้ใจ” เชยแต่ขลัง ! อมตะและใช้ได้อยู่เสมอไม่เสื่อมคลาย



เราจะรู้ได้ว่าคนที่อยู่ตรงหน้าตอนนี้ เป็นคนเช่นไร ไม่ใช่เรื่องยาก และบางครั้งกาลเวลาก็ไม่ได้มีคำตอบให้กับทุกอย่าง...เสมอไป หากแต่ต้องการการวิเคราะห์จากเบื้องหน้าลงลึกสู่จิตใจในเวลาสั้น ๆ นี่ล่ะ ! เชื่อเถิด You are what you talk! พูดอย่างไรก็เป็นแบบนั้น !.