ภาพหญิงสาวผุดลุกขึ้นแล้วเดินทำผมปิดหน้า วนเวียนไปมาอยู่ท้ายเตียงหลอกหลอนคุณมานาน หรือเสียงรถไฟขบวนแล้วขบวนเล่าที่ไร้ซึ่งวี่แววของสถานีปลายทางคอยวนเวียนเข้ามาในโส

ตประสาทจนคุณกลายเป็นแม่สาวซอมบี้ หรือคุณชายแดร็กคูล่าทุกวันเพราะการนอนไม่เพียงพอ จนสิ่งเหล่านี้กลายเป็นสงครามที่ทำลายความรักของคนสองคน



เสียงกรน...สุดทรมาน



Dr. Janne Dannerup แพทย์จิตศาสตร์จากโจฮันเนสเบิร์ก กล่าวถึงสาเหตุที่ผู้ชายกรนมากกว่าผู้หญิงว่า คงเพราะในแต่ละช่วงของวันผู้หญิงและสังคมของพวกเธอได้ปลดปล่อยอารมณ์กันง่ายๆ อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเม้าท์กับเพื่อนบ้าน คุยจุกจิกๆ ทำอาหาร แต่ในขณะที่ผู้ชายไม่ได้ทำกิจกรรมเหล่านี้เท่าที่ควร และเมื่อถึงเวลานอนซึ่งเป็นเวลาที่คุณได้ปลดปล่อยจินตนาการทั้งทางความคิดและร่างกาย

สิ่งที่วนเวียนในกิจวัตรประจำวันหรือสิ่งที่คุณต้องการก็สามารถแสดงออกมาได้ ทั้งการกรน และละเมอ จนในที่สุดสถานที่เงียบๆ สวรรค์ของคุณทั้งสองคนก็กลายเป็นนรกขุมย่อมๆ นี่เอง



พิญ เพื่อนหญิงคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า เธอรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ร่วมใช้ชีวิตกับ "เบ็น" แฟนหนุ่มในบ้านหลังใหม่ ซึ่งเธอใฝ่ฝันมานานแสนนานว่าจะได้อยู่กับคนที่เธอรัก อยู่ร่วมกันทั้งในยามหลับและตื่น แต่แล้วความฝันที่เธอวาดไว้ก็พังทลายลงพลันไปกับเสียงกรนอันแสบสันจากเบ็นคนรัก

”ฉันไม่เคยต้องทรมานและนอนไม่ได้ทุกคืนแบบนี้มาก่อนในชีวิต รู้สึกว่าตัวเองเลือกผิด และเริ่มเกลียดแฟนมากขึ้นๆ แม้คำปลอบใจจะช่วยเธอได้แค่ไหน แต่การที่ผู้หญิงซักคนจะต้องยอมทนกับพฤติกรรมของคนรักที่เลิกไม่ได้นั้น จะปลอบใจยังไงก็ไม่เป็นผลแน่ๆ”



นอกจากวิธีการพูดคุยให้แฟนหนุ่มเข้าใจแล้ว การแก้ปัญหาร่วมกันคงเป็นวิธีที่ดีที่สุด เพราะการกรนหรือการละเมอไม่มียาขนานไหนช่วยรักษาอาการนี้ได้ นอกจากต้องนอนให้ชินกับอาการนี้หรือแยกเตียง!!!



วิธีง่ายๆ ที่ไม่ให้ความรักของคุณต้องบอบช้ำกับพฤติกรรมบนเตียงอันน่าหวาดผวาอย่างเสียงกรน คือคอยปลุกเขาเวลาที่กรนดังขึ้นเรื่อยๆ ให้เขาเปลี่ยนท่านอน และวิธีสุดท้ายคงต้องพึ่งที่อุดหูแล้วล่ะ เพราะอย่างไรก็ตามชีวิตคู่ก็ไม่ควรมาพ่ายแพ้เพราะเรื่องเสียงกรนแน่นอน



แม่ไม้มวยไทยบนเตียง!!! ภาพขอบตาบวมช้ำหรือหลังเดาะเพราะโดนถีบตกเตียง คงเป็นหลักฐานชี้ชัดว่าสามีชั้นนอนดิ้นหรือภรรยาผมซาดิสต์ จนคู่รักถึงกับคิดว่าเค้าคงเก็บกดและไม่รักฉันแล้วแน่ๆ เลยอยากทำร้ายกันแบบนี้



ซินดี้ เล่าประสบการณ์อันเลวร้ายบนเตียงของเธอให้ฟังว่า สามีนอนดิ้นมาก ถึงขนาดฟาดศอกหนักๆ เข้าเบ้าตาเธอ และบางคืนถึงกับเตะเธอตกเตียง เมื่อเพื่อนๆ ที่ทำงานเห็นเธอในสภาพบอบช้ำต่างก็ไม่เชื่อว่าสามีเธอจะนอนดิ้นได้ขนาดนี้ เธอจึงถูกปรนนิบัติในที่ทำงานอย่างกับว่าเธอถูกกระทำชำเราเป็นเวลาเกือบ 2 อาทิตย์ และสุดท้ายเธอก็คิดว่าสามีเธอคงไม่รักเธอแล้ว



หากสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นกับคุณ ก็ไม่ใช่เรื่องผิดหากคุณคิดจะขอแยกเตียงจากคนรักมานอนอีกเตียงหนึ่ง เพราะเป็นการเริ่มต้นในการแก้ปัญหาที่ดีกว่าให้ความคิดเลิกรักแฟนเข้ามาครอบงำ และที่สำคัญอย่าใช้อารมณ์ที่เกิดจากการอดนอน หรือโดนทำร้ายในการติดสินความผิดของคนรัก วิธีที่ดีที่สุดคือเข้าไปปรึกษาแพทย์เฉพาะทางที่จะช่วยปัญหาเหล่านี้ให้คุณทั้งสองได้